ยุติการตั้งครรภ์ด้วยการใช้ยาอย่างปลอดภัย

ยุติการตั้งครรภ์ด้วยการใช้ยาอย่างปลอดภัย:อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ ‘ผู้หญิงท้องไม่พร้อม’

การยุติการตั้งครรภ์โดยการทำแท้งเถื่อน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ได้รับบาดเจ็บ และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย จากรายงานสถานการณ์ และสถิติการทำแท้งในประเทศไทย  พบว่ามีการทำแท้งประมาณปีละ 300,000 คน และผู้หญิงประมาณ 300 คน ต่อ 100,000 คน ได้รับอันตรายจากการทำแท้ง ในปี พ.ศ. 2552 ประมาณการณ์ว่า มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้ง จำนวน 123.3 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมความสูญเสียทางจิตใจ

นอกจากนี้ เครือข่ายท้องไม่พร้อมร่วมกับเครือข่ายแพทย์อาสา R-SA เผยข้อมูลเชิงตัวเลขว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ ของผู้หญิงท้องไม่พร้อม ที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์  หลายกรณี เกิดจากการป้องกันที่ผิดพลาดและไม่พร้อมมีบุตร บางกรณีอาจเกิดจากฝ่ายชายไม่ยอมป้องกันและไม่รับผิดชอบลูกในท้อง หรือปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ไม่สามารถดูแลสมาชิกใหม่ได้อย่างมีคุณภาพ การยุติการตั้งครรภ์ด้วยการใช้ยาในผู้หญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ อย่างปลอดภัย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรนำมาศึกษาหรือพูดคุยกันอย่างจริงจังเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจ เรื่องสิทธิในชีวิตและร่างกายของผู้หญิงว่า ผู้หญิงควรจะมีสิทธิเลือกว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนเองได้หรือไม่

การทำแท้งภายใต้ระบบกฎหมายไทย

ตามกฎหมายไทย การยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้งเป็นความผิดทางอาญา  หญิงที่ทำให้ตัวเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้แท้งลูก มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 ต้องรับโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกัน ผู้ทำให้หญิงแท้งลูกโดยความยินยอมก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 302 ต้องรับโทษจำคุกไม่เกินห้าปีปรับไม่เกิน10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากการทำแท้งเป็นเหตุให้หญิงได้รับอันตรายสาหัส ผู้ทำให้หญิงแท้งลูกมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกิน 14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากการทำแท้งเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้ทำให้หญิงแท้งต้องรับโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 305 ก็ยกเว้นความผิดของมาตราหญิงที่ทำแท้งและผู้ทำแท้งเอาไว้ ในกรณีผู้ทำแท้งเป็นแพทย์ผู้มีใบอนุญาต และเป็นการทำแท้งด้วยความจำเป็นด้านสุขภาพของหญิง กรณีที่หญิงตั้งครรภ์เพราะถูกข่มขืนกระทำชำเรา กรณีที่หญิงคนที่ตั้งครรภ์อายุไม่ถึง 15 ปี รวมทั้งกรณีที่การตั้งครรภ์เกิดจากการถูกล่อลวง บังคับ ข่มขู่ เพื่อทำอนาจารสนองความใคร่  

นอกจากประมวลกฎหมายอาญา ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ก็ระบุเงื่อนไขที่แพทย์ทำแท้งให้หญิงโดยไม่มีความผิดไว้ว่า นอกจากการทำแท้งที่เป็นไปตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 305 (1) และ (2) แล้ว ในกรณีที่หญิงมีปัญหาสุขภาพทางจิต หรือหญิงมีความเครียดอย่างรุนแรงเพราะพบว่าทรกในครรภ์มีหรือมีความเสี่ยงที่จะพิการอย่างรุนแรง หรือเป็นหรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรมอย่างรุนแรง ก็สามารถทำแท้งให้ได้โดยไม่ผิดกฎหมายทั้งแพทย์ผู้ทำแท้งและหญิงที่ถูกทำให้แท้ง

การยุติการตั้งครรภ์ ความรับผิดชอบ “ร่วมกัน” ที่ฝ่ายหญิงมักต้องแบกรับฝ่ายเดียว

ความเข้าใจทั่วไป การยุติการตั้งครรภ์ไม่เพียงเป็นสิ่งผิดในมิติของกฎหมาย หากแต่ยังถูกมองว่าเป็นสิ่งผิดในมิติทางศีลธรรมด้วย เวลามีข่าวหญิงยุติการตั้งครรภ์ สิ่งที่ตามมามักจะเป็นคำก่นด่าประนามทำนองว่าหญิงคนนั้น เป็น “แม่ใจยักษ์” “แม่ใจแตก” “แม่ทำบาป” ซึ่งกลายเป็นมายาคติที่ควบคุมพฤติกรรมของสังคมไปแล้ว นอกจากนี้ รายการเล่าเรื่อง “ผี” หรือแก้กรรม ก็มักมีการหยิบยกเรื่องหญิงยุติการตั้งครรภ์แล้วถูกวิญญาณเด็กติดตามมาบอกเล่าพร้อมแฝงข้อคิดในทำนอง “การทำแท้งเป็นบาป”

ท่ามกลางเสียงก่นด่าประนามหรือสั่งสอน เหตุผลที่ทำให้หญิงคนหนึ่งยอมที่จะเผชิญความเจ็บปวดทั้งที่เกิดขึ้นกับร่างกายในระหว่างยุติการตั้งครรภ์หรือทางจิตใจที่ต้องทำลาย ‘ส่วนหนึ่ง’ ของชีวิต ก็มีความซับซ้อนบีบคั้นแตกต่างกันไป หญิงไทยจำนวนหนึ่งที่เลือกยุติการตั้งครรภ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเหตุผลที่ต้องยุติการตั้งครรภ์ไว้บนเว็บไซต์ women on web ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมประสบการณ์ของหญิงที่ตัดสินยุติการตั้งครรภ์โดยการใช้ยาจากทั่วทุกมุมโลก

โดยเหตุผลที่ทำให้หญิงไทยเหล่านั้นตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ ได้แก่ ความคาดหวังทางสังคมและครอบครัวซึ่งมองว่าการท้องระหว่างเรียนเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หลายคนตัดสินใจและเข้าสู่กระบวนการยุติการตั้งครรภ์อย่างโดดเดี่ยวเพราะฝ่ายชายปฏิเสธความรับผิดชอบ  เช่น

“พี” (นามสมมติ) แชร์ประสบการณ์ของเธอบนเว็บไซต์ว่า เวลามีเพศสัมพันธ์แฟนของเธอไม่ยอมป้องกัน หลังจากเธอตั้งท้องแฟนของเธอก็ปัดความรับผิดชอบไม่ขอรับรู้เรื่องใดๆ “พี” ซึ่งกำลังศึกษาอยู่และถูกกดดันด้วยสถานภาพของครอบครัวที่มีหน้ามีตาในสังคม จึงตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์และเข้าสู่กระบวนการเพียงลำพัง “ฉันเป็นหนึ่งในหญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม เหตุผลคือ การเรียน และหน้าตาของครอบครัวซึ่งค่อนข้างมีหน้าตาในสังคม แม้กระทั้งพ่อแม่ฉัน ยังเล่าให้ฟังไม่ได้”

“หญิง” (นามสมมติ) ผู้ผ่านประสบการณ์ยุติการตั้งครรภ์อีกคนหนึ่งเล่าว่า เธอเคยถูกเพื่อนข่มขืนโดยไม่มีการป้องกัน และเคยมีเพศสัมพันธ์กับแฟนขณะที่เธอเมา หลังจากนั้นประมาณสองสัปดาห์ เธอรู้สึกอ่อนเพลีย เวียนหัว คลื่นไส้ เมื่อซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจก็พบว่าตัวเองท้อง ท่ามกลางความสับสนและความเคว้งคว้างจากการถูกแฟนบอกปัดความรับผิดชอบ เธอจึงตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ “ไม่รู้ใครเป็นพ่อเด็ก สับสนในชีวิตตัวเอง และไม่อยากให้พ่อแม่ผิดหวังในตัวเรา และสุดท้ายยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเอง”

การยุติการตั้งครรภ์ด้วยการใช้ยา ทางเลือกหนึ่งที่ถูกควรรับฟัง

สำหรับหญิงที่เผชิญปัญหาท้องไม่พร้อมและตัดสินใจที่จะยุติการตั้งครรภ์ ทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้านแต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง จึงต้องอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์และพยาบาล นั่นคือ วิธีการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ ในอายุครรภ์น้อยกว่า 9 สัปดาห์