8 ข้อสำคญเกี่ยวกับการทำแท้งที่ควรรู้ไว้

8 ข้อสำคญเกี่ยวกับการทำแท้งที่ควรรู้ไว้

August 15, 2022

อันที่จริง การเข้าถึงการทำแท้งเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดมากที่สุดประเด็นหนึ่งทั่วโลก และเป็นการถกเถียงที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่ผิด เกี่ยวกับผลกระทบที่แท้จริงของการจำกัดการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานเช่นนี้ คนมีการทำแท้งตลอดเวลา ไม่ว่ากฎหมายจะบัญญัติไว้อย่างไร การยุติการตั้งครรภ์เป็นการตัดสินใจทั่วไปของคนหลายล้านคนทุกปี ในทุกปี หนึ่งในสี่ของการตั้งครรภ์ยุติลงด้วยการทำแท้ง และไม่ว่าจะเป็นการทำแท้งถูกกฎหมายหรือไม่ ประชาชนก็ยังคงต้องการและเข้ารับบริการทำแท้งอย่างสม่ำเสมอ ตามข้อมูลของสถาบัน Guttmacher Institute หน่วยงานไม่แสวงหากำไรที่ทำงานด้านอนามัยเจริญพันธุ์ในสหรัฐฯ ระบุว่า อัตราการทำแท้งอยู่ที่ระดับ 37 ต่อประชากร 1,000 คนในประเทศที่มีกฎหมายห้ามทำแท้งอย่างสิ้นเชิง หรืออนุญาตให้ทำได้กรณีเพื่อช่วยชีวิตผู้หญิง และอัตรา 34 ต่อ 1,000 คนในประเทศที่มีกฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งในกรณีทั่วไป ซึ่งถือว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ การทำแท้งโดยบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมและในสภาพที่ถูกสุขลักษณะ นับเป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ปลอดภัยมากที่สุดอย่างหนึ่ง ถือว่าปลอดภัยกว่าการคลอดบุตรเสียอีก แต่รัฐบาลหลายประเทศจำกัดการเข้าถึงการทำแท้ง บีบบังคับให้ประชาชนต้องไปทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยแบบลับ ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีเงินเพื่อการเดินทาง หรือการใช้บริการทำแท้งของเอกชน นำเราไปสู่ประเด็นต่อไป การเอาผิดทางอาญากับการทำแท้งไม่ได้หยุดยั้งการทำแท้ง เพียงแต่ทำให้การทำแท้งปลอดภัยน้อยลง การขัดขวางไม่ให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงเข้าถึงการทำแท้ง ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถยับยั้งความต้องการของพวกเธอที่จะทำเช่นนั้นได้ ด้วยเหตุดังกล่าว ความพยายามยุติหรือจำกัดการทำแท้ง จึงไม่ได้ช่วยลดจำนวนการทำแท้ง เพียงแต่บังคับให้บุคคลต้องไปทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยตามนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO) หมายถึง “กระบวนการยุติการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์โดยบุคลากรที่ขาดทักษะที่จำเป็น หรือต้องทำในสภาพแวดล้อมที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำทางการแพทย์ หรือในทั้งสองกรณี” ทางหน่วยงานคาดการณ์ว่า มีการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย 25 ล้านครั้ง […]

โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ !!

March 3, 2021

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ STD (Sexually Transmitted Disease) หมายถึง โรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีดังนี้: HIV (Human Immunodeficiency Virus) เป็นไวรัสสาเหตุของภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคเอดส์ หนองในเทียม (Chlamydia) เป็นการอักเสบของท่อปัสสาวะที่เกิดเชื้อโรคซึ่งไม่ใช่หนองในแท้ (Gonococcal Urethritis) สำหรับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคหนองในเทียมที่พบบ่อยที่สุดคือ Chlamydia trachomatis คนไทยจะรู้จักกันในชื่อ “ฝีมะม่วง” ซึ่งหมายถึงต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบอักเสบจากการติดเชื้อ เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่มาด้วยก้อนที่ขาหนีบและปวด หรือที่ชาวบ้านเรียก “ไข่ดันบวม” ก็เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis นี่เอง โรคติดเชื้อทริโคโมนาส (Trichomoniasis / Trich) โรคติดเชื้อทริโคโมนาสเป็นโรคติดเชื้อของอวัยวะสืบพันธุ์ เกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่ง ปกติแล้วมักอาศัยอยู่ในช่องคลอด แต่ก็พบเชื้อนี้อาศัยอยู่ในท่อปัสสาวะ (องคชาติ) ของผู้ชายเช่นกัน ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อจะไม่มีอาการใดๆ แต่บางคนอาจตกขาวสีเหลือง มีลักษณะเป็นฟอง มีอาการคันที่อวัยวะเพศหรือเจ็บบริเวณแคมของช่องคลอด ส่วนผู้ชายมักจะไม่มีอาการ แต่อาจทําให้ปัสสาวะขัดได้ โรคติดเชื้อทริโคโมนาสติดต่อโดยการมีเพศสัมพันธุ์ทางช่องคลอดกับผู้ที่เป็นโรคโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) เป็นโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อแบคทีเรียชื่อ […]

อันตรายจากการทำแท้ง

ทำแท้ง อันตรายถึงชีวิตไหม ? มาฟังคำตอบ

March 3, 2021

จากการคาดการณ์อุบัติการณ์ของการทำแท้ง หรือการยุติการตั้งครรภ์ก่อนคลอดทั่วโลกในปี 2010-2014 เผยแพร่โดยสถาบัน Guttmacher ซึ่งเป็นองค์กรที่ศึกษาและวางแผนเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและการเจริญพันธุ์แห่งสหรัฐอเมริกา พบว่ามีการทำแท้งเกิดขึ้นทั้งหมด 56.3 ล้านครั้ง ในจำนวนนี้เป็นการทำแท้งในประเทศที่พัฒนาแล้ว 6.7 ล้านครั้ง และในประเทศกำลังพัฒนาถึง 49.6 ล้านครั้ง สำหรับในประเทศไทย ยังมีข้อจำกัดในการทำแท้ง หญิงตั้งครรภ์จะสามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายก็ต่อเมื่อแพทย์ลงความเห็นว่ามีความจำเป็นเท่านั้น นั่นคือเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่ ซึ่งหากไม่ทำแท้งอาจทำให้แม่เกิดอันตรายถึงชีวิต ผู้เป็นแม่มีอาการผิดปกติทางจิต หรือกรณีตั้งครรภ์จากการถูกกระทำชำเรา เช่น ถูกข่มขืนหรือการมีเพศสัมพันธ์ในเชื้อสายเดียวกัน ซึ่งต้องให้แพทย์ในโรงพยาบาลที่ถูกกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น ในโรงพยาบาลที่ถูกกฎหมาย ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลและรักษาพยาบาลก่อนและหลังทำแท้ง โดยมีการตรวจร่างกาย ตรวจทางห้องปฏิบัติการ และให้ความรู้เกี่ยวกับการยุติครรภ์ วิธีการดูแลตัวเอง ไปจนถึงวิธีติดตามสังเกตอาการของตนเองเพื่อกลับมาพบแพทย์อีกครั้ง ซึ่งวิธีการทำแท้งในบทความนี้มีไว้เฉพาะเพื่อให้ข้อมูลการทำแท้งโดยแพทย์ที่ถูกกฎหมายในกรณีที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น วิธีการทำแท้ง หรือยุติการตั้งครรภ์มี 2 วิธีหลักด้วยกัน ได้แก่ การใช้ยา และวิธีการที่มีหัตถการทางการแพทย์ร่วมด้วยโดยการดูดหรือขูดมดลูก ทำแท้งด้วยการใช้ยา การใช้ยาช่วยให้แท้งจะทำได้เมื่อผู้เป็นแม่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ โดยยาที่ใช้จะช่วยให้ปากมดลูกนิ่มและเปิดออก กระตุ้นการหดตัวของมดลูก ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษ สั่งจ่ายได้เฉพาะในโรงพยาบาลโดยแพทย์เท่านั้น ทำแท้งโดยมีหัตถการทางแพทย์ร่วมด้วย แพทย์อาจดูดมดลูกด้วยเครื่องดูดสุญญากาศ หรือใช้วิธีขยายและขูดมดลูก ซึ่งวิธีการในแต่ละอายุครรภ์ก็แตกต่างกันไป ดังนี้ ไตรมาสแรก (อายุครรภ์ […]

การดูแลทารภน้อยตั้งแต่ในครรภ์ด้วยโอเมก้า3

การดูแลทารภน้อยตั้งแต่ในครรภ์ด้วย โอเมก้า 3

March 3, 2021

โอเมก้า 3 เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ที่ให้นมลูก เพราะเป็นสารอาหารจำเป็นต่อสมอง ดวงตา และระบบประสาทของทารกในครรภ์ ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของสมองและระบบภูมิคุ้มกันร่างกายเมื่อเด็กน้อยเติบโต ตัวคุณแม่เองก็อาจช่วยให้มีสภาพจิตใจและอารมณ์หลังคลอดที่ดี รวมถึงมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ประโยชน์ของโอเมก้า 3 ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์การรับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตร โดยอาจจะเป็นประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ดังนี้ ลดความผิดปกติในการตั้งครรภ์การศึกษาบางส่วนชี้ให้เห็นว่า การเสริมกรดไขมัน DHA อาจช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนด ลดความเสี่ยงของครรภ์เป็นพิษ และเพิ่มน้ำหนักตัวของทารกแรกคลอด ส่วนในทางกลับกัน หากขาดกรดไขมันดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงให้คุณแม่เป็นโรคซึมเศร้าช่วงหลังคลอด เสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อยโอเมก้า 3 อย่างกรดไขมัน DHA จำเป็นต่อพัฒนาการทางระบบประสาท สมอง และการมองเห็นของทารกในช่วงต้น โดยการศึกษาทารกที่คลอดจากแม่ที่มีระดับกรดไขมัน DHA ในเลือดสูงพบว่า เด็กกลุ่มนี้มีสมาธิและพัฒนาการที่ดีในการเรียนรู้ ความจำ และในด้านอื่น ๆ รวมทั้งยังอาจช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติทางอารมณ์ในเด็กด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจำเป็นต้องมีการศึกษาคุณประโยชน์ของโอเมก้า 3 ให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในรูปแบบของอาหารเสริม เพื่อความปลอดภัยและแน่ใจได้ว่ากรดไขมันเหล่านี้จะส่งผลดีต่อสุขภาพของแม่และเด็กอย่างแท้จริง วิธีรับประทานโอเมก้า 3 ให้ปลอดภัยผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรได้รับกรดไขมัน DHA ประมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือรับประทานกรดไขมัน DHA […]