Posted on

โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ !!

โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ STD (Sexually Transmitted Disease) หมายถึง โรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีดังนี้:

  • HIV (Human Immunodeficiency Virus)

เป็นไวรัสสาเหตุของภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคเอดส์

  • หนองในเทียม (Chlamydia)
หนองในเทียม (NSU) - Datdaruni MGN: เพศสัมพันธุ์อันตราย

เป็นการอักเสบของท่อปัสสาวะที่เกิดเชื้อโรคซึ่งไม่ใช่หนองในแท้ (Gonococcal Urethritis) สำหรับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคหนองในเทียมที่พบบ่อยที่สุดคือ Chlamydia trachomatis คนไทยจะรู้จักกันในชื่อ “ฝีมะม่วง” ซึ่งหมายถึงต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบอักเสบจากการติดเชื้อ เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่มาด้วยก้อนที่ขาหนีบและปวด หรือที่ชาวบ้านเรียก “ไข่ดันบวม” ก็เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis นี่เอง

  • โรคติดเชื้อทริโคโมนาส (Trichomoniasis / Trich)
พยาธิช่องคลอด (Vaginal Trichomoniasis) พยาธิช่องคลอด (Vaginal  Trichomoniasis) ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พยาธิในช่องคลอด พยาธิในช่องคลอด  เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัว ที่ชื่อ Trichomonas vaginalis  ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงเม็ดเลือดขาว เชื้อนี้มีการ เคลื่อนไหวตลอดเวลาทำให้ ...

โรคติดเชื้อทริโคโมนาสเป็นโรคติดเชื้อของอวัยวะสืบพันธุ์ เกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่ง ปกติแล้วมักอาศัยอยู่ในช่องคลอด แต่ก็พบเชื้อนี้อาศัยอยู่ในท่อปัสสาวะ (องคชาติ) ของผู้ชายเช่นกัน ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อจะไม่มีอาการใดๆ แต่บางคนอาจตกขาวสีเหลือง มีลักษณะเป็นฟอง มีอาการคันที่อวัยวะเพศหรือเจ็บบริเวณแคมของช่องคลอด ส่วนผู้ชายมักจะไม่มีอาการ แต่อาจทําให้ปัสสาวะขัดได้ โรคติดเชื้อทริโคโมนาสติดต่อโดยการมีเพศสัมพันธุ์ทางช่องคลอดกับผู้ที่เป็นโรคโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย

  • โรคหนองในแท้ (Gonorrhea)
หนองใน อาการ สาเหตุ และการรักษาโรคหนองในแท้ 6 วิธี !!

เป็นโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoea เชื้อนี้จะทำให้เกิดโรคเฉพาะเยื่อเมือก mucous membrance เช่น

  • เยื่อเมือกในท่อปัสสาวะ, ช่องคลอด, ปากมดลูก และเยื่อบุมดลูก
  • ท่อรังไข่
  • ทวารหนัก
  • เยื่อบุตา
  • ปาก และคอ
  • โรคหงอนไก่ (Human papilloma virus / HPV)
หูดหงอนไก่ - มูลนิธิเอ็มพลัส M Plus Thailand

HPV เป็นเชื้อไวรัสที่พบบ่อย คนส่วนใหญ่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสนี้ โดยเฉลี่ยไวรัสนี้มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ และมากกว่า 30 สายพันธุ์เกิดบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  1. ความเสี่ยงต่ำ: อาจทำให้เกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ ที่เรียกว่า condyolma หูดหงอนไก่
  2. ความเสี่ยงสูง: อีกประมาณ 13 ประเภทที่เป็นชนิดความเสี่ยงสูง สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกและทวารหนัก

บางคนที่ติดเชื้อ HPV โดยไม่มีอาการแสดงออกของโรคและหายไปเอง แสดงว่าเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงมาก โดยทั่วไป HPV จะติดต่อกันโดยการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ บริเวณหูด หรือส่วนที่ติดเชื้อไวรัส เป็นส่วนน้อยที่ติดต่อกันจากการร่วมเพศทางปาก ซึ่งยังไม่มีผลยืนยันว่าการสัมผัสของนิ้วมือหรือวัตถุที่ติดเชื้อไวรัสจะสามารถส่งต่อเชื้อได้ ส่วนยารักษาในปัจจุบันยังไม่มีตัวยาที่ใช้ฆ่าเชื้อไวรัส HPV ได้ แต่ยาสามารถรักษาอาการของหูดได้

  • เริม (Genital herpes)
1 หลอด Vivax Cream 5g 1หลอด ครีมทาเริม เริมที่ปาก อวัยวะเพศ งูสวัด |  Lazada.co.th

เริม คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่มาจากเชื้อ herpes simplex virus type 1 (HSV-1) หรือ type 2 (HSV-2) ที่พบเห็นส่วนมากมักจะเป็นชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญของการติดเชื้อเริมที่ผิวหนัง ริมฝีปาก และอวัยวะเพศ อาจลามติดเชื้อไปที่ส่วนอื่นของร่างกายและทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ลักษณะผื่นของโรค herpes จะเหมือนกันไม่ว่าเกิดที่ไหน จะเป็นตุ่มน้ำเล็กๆ บนผิวหนังที่อักเสบสีแดง

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายและอยู่ในชั้นของผิวหนัง เชื้อจะแบ่งตัวทำให้ผิวหนังเกิดอาการบวมเป็นตุ่มน้ำและเกิดการอักเสบ หลังจากนั้นเชื้อจะเคลื่อนย้ายเข้าสู่ปมประสาท ganglia เป็นเวลานานโดยที่ไม่มีการแบ่งตัว แต่หากปัจจัยแวดล้อมเหมาะสมเชื้อก็อาจเกิดการแบ่งตัวได้ และทำให้เกิดอาการเป็นซ้ำ

ผู้ป่วยที่เป็นเริมที่ริมฝีปากจะมีอัตราการเกิดซ้ำประมาณร้อยละ 20-40 สำหรับเริมที่อวัยวะเพศจะมีอัตราการเกิดซ้ำประมาณร้อยละ 80

ปัจจัยที่กระตุ้นยังไม่แน่ชัด เชื่อว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับแสงแดด ไข้ การมีประจำเดือน ความเครียด การเป็นซ้ำจะมีอาการน้อยกว่า และหายเร็วกว่าการเป็นครั้งแรก

  • ซิฟิลิส (Syphilis)
สะพรึง!”ซิฟิลิส”พุ่ง!ทั่วไทยในวัยโจ๋ 15-24 เซ็กส์มั่ว-เมินถุง! สยามรัฐ

เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Treponema pallidum เชื้อนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อเมือกเช่น ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ปาก เยื่อบุตา หรือทางผิวหนังที่มีแผล เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเข้ากระแสเลือดและไปจับตามอวัยวะต่างๆ ทำให้เกิดโรคตามอวัยวะ

  • โรคไวรัสตับอักเสบบี
เรารู้จัก...โรคไวรัสตับอักเสบ บี กันดีหรือยัง? | โรงพยาบาลสินแพทย์

โรคตับอักเสบบี เป็นการอักเสบของตับซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยเชื้อไวรัสจะบุกรุกเข้าสู่เซลล์ตับและก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น ในบางกรณีเชื้ออาจจะอยู่นิ่งเป็นปีๆ ซึ่งผู้ที่มีเชื้ออาจไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้ออยู่ในร่างกาย เชื้อนี้สามารถแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็วในเซลล์ตับ ส่งผลก่อให้เกิดการอักเสบและทำลายตับ

  • โรคไวรัสตับอักเสบซี
อื้อหือ! ยาเม็ดละ 3 หมื่น ชาวเน็ตล่าชื่อให้บริษัทยาหยุดผูกขาด -  ศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)

ไวรัสตับอักเสบซี แพร่กระจายมากขึ้น เนื่องจากพบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ยประมาณประมาณ 1-2% ของคนที่มาบริจาคเลือด หลังเป็นตับอักเสบแล้วก็มีแนวโน้มเกิดเป็นตับอักเสบเรื้อรัง

20% ของผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรังชนิดซี จะเป็นตับแข็งภายใน 10-20 ปี บางส่วนกลายเป็นมะเร็งตับ

แหล่งข้อมูล: www.adamslove.org

Posted on

ทำแท้ง อันตรายถึงชีวิตไหม ? มาฟังคำตอบ

อันตรายจากการทำแท้ง

จากการคาดการณ์อุบัติการณ์ของการทำแท้ง หรือการยุติการตั้งครรภ์ก่อนคลอดทั่วโลกในปี 2010-2014 เผยแพร่โดยสถาบัน Guttmacher ซึ่งเป็นองค์กรที่ศึกษาและวางแผนเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและการเจริญพันธุ์แห่งสหรัฐอเมริกา พบว่ามีการทำแท้งเกิดขึ้นทั้งหมด 56.3 ล้านครั้ง ในจำนวนนี้เป็นการทำแท้งในประเทศที่พัฒนาแล้ว 6.7 ล้านครั้ง และในประเทศกำลังพัฒนาถึง 49.6 ล้านครั้ง

ผลกระทบและการทำแท้ง – การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

สำหรับในประเทศไทย ยังมีข้อจำกัดในการทำแท้ง หญิงตั้งครรภ์จะสามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายก็ต่อเมื่อแพทย์ลงความเห็นว่ามีความจำเป็นเท่านั้น นั่นคือเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่ ซึ่งหากไม่ทำแท้งอาจทำให้แม่เกิดอันตรายถึงชีวิต ผู้เป็นแม่มีอาการผิดปกติทางจิต หรือกรณีตั้งครรภ์จากการถูกกระทำชำเรา เช่น ถูกข่มขืนหรือการมีเพศสัมพันธ์ในเชื้อสายเดียวกัน ซึ่งต้องให้แพทย์ในโรงพยาบาลที่ถูกกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น

ในโรงพยาบาลที่ถูกกฎหมาย ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลและรักษาพยาบาลก่อนและหลังทำแท้ง โดยมีการตรวจร่างกาย ตรวจทางห้องปฏิบัติการ และให้ความรู้เกี่ยวกับการยุติครรภ์ วิธีการดูแลตัวเอง ไปจนถึงวิธีติดตามสังเกตอาการของตนเองเพื่อกลับมาพบแพทย์อีกครั้ง ซึ่งวิธีการทำแท้งในบทความนี้มีไว้เฉพาะเพื่อให้ข้อมูลการทำแท้งโดยแพทย์ที่ถูกกฎหมายในกรณีที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

วิธีการทำแท้ง หรือยุติการตั้งครรภ์มี 2 วิธีหลักด้วยกัน ได้แก่ การใช้ยา และวิธีการที่มีหัตถการทางการแพทย์ร่วมด้วยโดยการดูดหรือขูดมดลูก

ทำแท้งด้วยการใช้ยา

การใช้ยาช่วยให้แท้งจะทำได้เมื่อผู้เป็นแม่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ โดยยาที่ใช้จะช่วยให้ปากมดลูกนิ่มและเปิดออก กระตุ้นการหดตัวของมดลูก ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษ สั่งจ่ายได้เฉพาะในโรงพยาบาลโดยแพทย์เท่านั้น

ทำแท้งโดยมีหัตถการทางแพทย์ร่วมด้วย

แพทย์อาจดูดมดลูกด้วยเครื่องดูดสุญญากาศ หรือใช้วิธีขยายและขูดมดลูก ซึ่งวิธีการในแต่ละอายุครรภ์ก็แตกต่างกันไป ดังนี้

ไตรมาสแรก (อายุครรภ์ 5-12 สัปดาห์แรก) ใช้เครื่องมือสุญญากาศดูดมดลูก (Manual or Machine Vacuum Aspiration) วิธีนี้อาจใช้มือถือเครื่องมือหรือเครื่องมืออัตโนมัติก็ได้ โดยดูดเนื้อเยื่อในมดลูกออกมาผ่านท่อเล็ก ๆ
ไตรมาสที่สอง (สัปดาห์ที่ 12-24) ใช้วิธีการขยายปากมดลูกและขูดมดลูก (Dilation and Evacuation) และมักใช้เครื่องดูดสุญญากาศร่วมด้วย การใช้วิธีนี้กับครรภ์ในไตรมาสที่ 2 จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้น้อยกว่าการใช้ยาที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ในระยะนี้ แพทย์จะเลือกใช้ยาก็ต่อเมื่อตัวอ่อนในครรภ์มีความผิดปกติหรือเกิดปัญหาร้ายแรงเท่านั้น

อันตรายจากการแท้ง - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ


อันตรายจากการทำแท้ง

การทำแท้งตามเงื่อนไขที่กฎหมายรับรองนั้นทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะมีขั้นตอนกระบวนการดูแลอย่างใกล้ชิด พบว่าน้อยกว่า 1 ใน 100 ของหญิงที่ทำแท้งจะเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือปัญหาร้ายแรง เช่น มดลูกอักเสบติดเชื้อ ตกเลือดมาก ซึ่งหลังการทำแท้ง หากสังเกตได้ถึงอาการต่อไปนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ภาวะเลือดออกรุนแรง ได้แก่
มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่กว่าลูกกอล์ฟขับออกมานานกว่า 2 ชั่วโมง
มีเลือดออกเต็มแผ่นผ้าอนามัยที่รองไว้ภายในชั่วโมงเดียวถึง 2 แผ่น ต่อเนื่องนาน 2 ชั่วโมง
มีเลือดออกมากติดต่อกันใน 12 ชั่วโมง
มีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น ไข้สูง ตกขาวมีกลิ่นเหม็น
ปวดรุนแรงบริเวณท้องจนไม่อาจบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด การพัก หรือความร้อนได้
เหนื่อยเพลียมาก คลื่นไส้ วิงเวียน
การทำแท้งที่กล่าวไปข้างต้นไม่มีผลใด ๆ ต่อการตั้งครรภ์ใหม่ในอนาคต แต่มีข้อควรระวังคือ ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งจะใช้เวลาอย่างต่ำ 1-3 สัปดาห์

แท้งเถื่อน : ถึงตาย ขูดมดลูก-ไม้แยง-น้ำยาล้างจานราด - โพสต์ทูเดย์ สุขภาพ

ทำแท้งเถื่อน เสี่ยงถึงชีวิต

สิ่งที่การทำแท้งเถื่อนไม่อาจรับประกันได้เลยก็คือความปลอดภัย การทำแท้งที่ไม่ได้กระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ที่เหมาะสม สามารถส่งผลให้เกิดอันตรายจากภาวะแทรกซ้อนดังนี้

ทำแท้งไม่สำเร็จ ไม่สามารถขับเอาเนื้อเยื่อของครรภ์ออกมาจากมดลูกได้หมด
มีอาการตกเลือด หรือเลือดออกมาก
เกิดภาวะติดเชื้อ
มดลูกทะลุจากการวัตถุมีคม
อันตรายต่อระบบสืบพันธ์ุและอวัยวะภายในจากการสอดใส่วัตถุอันตรายในการทำแท้ง เช่น ไม้ เข็มถักไหมพรม หรือเศษแก้วแตกไปยังช่องคลอดหรือทวารหนัก
การป้องกันและการควบคุม

ปัญหาท้องไม่พร้อม ท้องก่อนวัยอันควร นำไปสู่การทำแท้งตามคลินิกเถื่อนหรือการสั่งซื้อยามารับประทานเอง ซึ่งไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ปลอดภัย ไม่ควรเสี่ยงชีวิตเป็นอย่างยิ่ง คุณแม่ที่ท้องไม่พร้อมควรให้เวลากับตัวเอง ตั้งสติและคิดทบทวนถึงผลลัพธ์ให้ดีก่อนตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ทางออกของปัญหาไม่ได้มีแค่วิธีเดียว ทางเลือกหนึ่งที่แนะนำ คือการขอความช่วยเหลือจากองค์กรและโครงการต่าง ๆ ที่คอยช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาปัญหา เช่น สายด่วน 1663 ปรึกษาปัญหาเอดส์และท้องไม่พร้อม เป็นต้น

ปัญหาการทำแท้งสามารถป้องกันได้ หากมีการศึกษาในเรื่องเพศที่ดีมากขึ้นในสังคม ป้องกันการท้องโดยการใช้ยาคุมกำเนิด การใช้ยาคุมฉุกเฉิน และการใช้ถุงยางอนามัย เป็นต้น

Posted on

การดูแลทารภน้อยตั้งแต่ในครรภ์ด้วย โอเมก้า 3

การดูแลทารภน้อยตั้งแต่ในครรภ์ด้วยโอเมก้า3

โอเมก้า 3 เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ที่ให้นมลูก เพราะเป็นสารอาหารจำเป็นต่อสมอง ดวงตา และระบบประสาทของทารกในครรภ์ ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของสมองและระบบภูมิคุ้มกันร่างกายเมื่อเด็กน้อยเติบโต ตัวคุณแม่เองก็อาจช่วยให้มีสภาพจิตใจและอารมณ์หลังคลอดที่ดี รวมถึงมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

โอเมกา 3 กินอย่างไรให้มีสุขภาพดี - ORGANOID

ประโยชน์ของโอเมก้า 3 ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์
การรับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตร โดยอาจจะเป็นประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ดังนี้

ลดความผิดปกติในการตั้งครรภ์
การศึกษาบางส่วนชี้ให้เห็นว่า การเสริมกรดไขมัน DHA อาจช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนด ลดความเสี่ยงของครรภ์เป็นพิษ และเพิ่มน้ำหนักตัวของทารกแรกคลอด ส่วนในทางกลับกัน หากขาดกรดไขมันดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงให้คุณแม่เป็นโรคซึมเศร้าช่วงหลังคลอด

เสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย
โอเมก้า 3 อย่างกรดไขมัน DHA จำเป็นต่อพัฒนาการทางระบบประสาท สมอง และการมองเห็นของทารกในช่วงต้น โดยการศึกษาทารกที่คลอดจากแม่ที่มีระดับกรดไขมัน DHA ในเลือดสูงพบว่า เด็กกลุ่มนี้มีสมาธิและพัฒนาการที่ดีในการเรียนรู้ ความจำ และในด้านอื่น ๆ รวมทั้งยังอาจช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติทางอารมณ์ในเด็กด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจำเป็นต้องมีการศึกษาคุณประโยชน์ของโอเมก้า 3 ให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในรูปแบบของอาหารเสริม เพื่อความปลอดภัยและแน่ใจได้ว่ากรดไขมันเหล่านี้จะส่งผลดีต่อสุขภาพของแม่และเด็กอย่างแท้จริง

โอเมก้า 3 กินอย่างไรให้ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ - พบแพทย์

วิธีรับประทานโอเมก้า 3 ให้ปลอดภัย
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรได้รับกรดไขมัน DHA ประมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือรับประทานกรดไขมัน DHA ผสมกับกรดไขมัน EPA ประมาณ 300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งแหล่งโอเมก้า 3 ที่ดีและหาได้ง่ายที่สุดจะเป็นอาหารจำพวกปลา เช่น แซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลาช่อน เป็นต้น แต่ผู้บริโภคควรต้องระมัดระวังในการเลือกซื้อปลามากเป็นพิเศษ เพราะปลาบางชนิดอาจปนเปื้อนสารปรอทหรือสารเคมีชนิดอื่นที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายคุณแม่และลูกน้อย

นอกจากนี้ หากต้องการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีโอเมก้า 3 นอกเหนือจากในมื้ออาหาร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย เพื่อเลือกชนิดที่เหมาะกับตนเองและใช้ในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายมากที่สุด