สถานการณ์ปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม

เนื่องจากสังคมไทย คนส่วนมากยังคงมีความเชื่อว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องต้องห้าม สกปรก และน่าอาย โดยเฉพาะกับวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่พ่อแม่และสังคมคาดหวังให้ทำหน้าที่ศึกษาเล่าเรียน อีกทั้งโรงเรียนส่วนใหญ่มุ่งเน้นความสำเร็จทางการศึกษามากกว่าทักษะในการใช้ชีวิตด้านต่าง ๆ ทำให้เมื่อมีปัญหาหรือข้อข้องใจเกี่ยวกับเพศ วัยรุ่นจึงไม่กล้าปรึกษา ไม่กล้าเล่ากลัวถูกตำหนิ หันไปพึ่งอินเตอร์เน็ตและแลกเปลี่ยนความเห็นกันเองกับเพื่อน มีนักเรียนไทยน้อยกว่า 1 ใน 5 เท่านั้นที่ปรึกษาครูและผู้ปกครอง ถึงแม้จะมีการสอนเพศศึกษาในโรงเรียน พฤติกรรมด้านการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นไทยก็ถือว่ารุนแรงและน่าเป็นห่วง เนื่องจากเด็กบางส่วนไม่มีความรู้ และบางส่วนไม่เห็นความสำคัญ หรือไม่สามารถนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ ไม่รู้วิธีการปฎิเสธเมื่อไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์ รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ปลอดภัย จึงเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเด็กมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัญหาแม่ท้องวัยรุ่น แม่เลี้ยงเดี่ยววัยรุ่น เป็นต้น

ข้อมูลจากรายงานการคลอดในประเทศไทย พบว่าในปี 2559 มีจำนวนเด็กที่คลอดจากแม่วัยรุ่น อายุ 10-19 ปี คิดเป็นร้อยละ 15 ของการคลอดทั้งหมด สูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน คิดเป็น 13 เท่าของสิงคโปร์1 แม้จะยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดของจำนวนผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ทั้งหมดในประเทศไทย เนื่องจากส่วนหนึ่งยุติการตั้งครรภ์ด้วยการทำแท้ง จำนวนการคลอดในแม่วัยรุ่นที่สูงขึ้นสวนทางกับการเกิดในหญิงวัยอื่นในประเทศไทยที่ลดต่ำลงทุกปี รวมถึงสัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่คาดการณ์ว่าในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า ประชากรไทยจะมีปัญหาเกิดน้อย-ด้อยคุณภาพ

เมื่อท้องไม่พร้อมจึงเกิดการทำแท้งในแม่วัยรุ่น

รายงานเฝ้าระวังการทำแท้งในประเทศไทย ปี 2557 พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่ทำแท้งทั้งหมดในสถานพยาบาลเป็นหญิงวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ซึ่ง 92.6% ของกลุ่มสำรวจนี้ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ และ 95.7% ของวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปีจากจำนวนนี้ ไม่ได้คุมกำเนิดปัญหาการทำแท้งในแม่วัยรุ่นคือ ปกติแล้วการทำแท้งควรจะทำภายใน 9 สัปดาห์ เพื่อความปลอดภัยในการยุติการตั้งครรภ์ แต่ในหลายกรณี วัยรุ่นไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ และเมื่อรู้ก็อาจจะไม่กล้าบอกผู้ปกครอง ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร ไม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ต้องพึ่งพาดุลพินิจของหมอและตำรวจในการทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย ทำให้มีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ยอมทำแท้งไม่ปลอดภัยด้วยตนเองหรือในคลีนิกทำแท้งเถื่อน นำมาซึ่งความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน บาดเจ็บ อาจจะมีความรุนแรง จนทำให้อวัยวะของผู้ป่วยไม่สามารถใช้การได้ เป็นหมัน หรือทำให้ถึงแก่กรรมได้

หลายกรณีเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อเด็กในครรภ์และชีวิตของวัยรุ่นตั้งครรภ์จากการทำแท้งไม่สำเร็จ สุดท้ายต้องอุ้มท้องต่อโดยไม่ต้องการเป็นแม่ โดยไม่มีการพูดคุย ทำความเข้าใจ หรือตั้งมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ โดยมีหลายครอบครัวที่ไม่ต้องการพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวอีก ซึ่งจากสถิติพบว่า 20% ของวัยรุ่นที่ท้องแล้วท้องซ้ำอีกครั้งก่อนอายุ 20 ปี